Revercell® 3G

ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี (REVERCELL 3G) ขนาด 500 มก.
สารประกอบต่อต้านความชราในระดับโมเลกุล
ตัวควบคุมเมตาบอลิซีมของเซลล์

นอกจากสาเหตุอื่นแล้ว ความชราเป็นผลสืบเนื่องจากการสะสมความเสียหายระดับโมเลกุลโดยปราศจากการซ่อมแซม และจำกัดการทำงานกับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงวัฏจักรของเซลล์ ความเสียหายเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากและสะสม เพิ่มขึ้นมากหรือน้อยตามปัจจัยบางอย่าง เช่นกรรมพันธุ์ การใช้ชีวิต โภชนาการ เป็นต้น
สถาบัน Biocell Ultravital Bioresearch ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในยาบำบัดเซลล์ รีเวอร์เซลล์ 2 จี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กระทำเพื่อจำกัดความเสียหายของเซลล์เป็นส่วนใหญ่ มีปฏิสัมพันธ์กับไมโตคอนเดรีย เพื่อยืดอายุการทำงานที่เหมาะสมกับชีวิตของรูปแบบเซลล์ของเรา
ยกตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์ชื่อจอห์น เดนู ผู้เปรียบเทียบกระบวนการของเซลล์เหล่านี้กับโรงงานผลิต กล่าวว่า เมื่อเวลาผ่านไปและหากไม่ใช้มาตรการบำรุงรักษาที่เหมาะสมแล้ว ทุกสิ่งจะเริ่มล้มเหลวทีละน้อย สิ่งเช่นนี้เกิดขึ้นในเซลล์เนื่องจากผลที่ต่อเนื่องของการสะสมความเสียหาย การกลายพันธุ์ และการสูญเสียการทำงานด้านเมตาบอลิซึม ที่ค่อยๆ ทำให้ชีวิตของเซลล์บกพร่อง ทำให้เกิดการเสื่อมถอย
เซลล์ที่ทำหน้าที่แย่ลงก่อให้เกิดปัญหาลูกโซ่ คือการสะสมโปรตีนชนิดเลวที่เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่เซลล์เสียหาย ซึ่งท้ายที่สุดก็สะท้อนมาเป็นเนื้อเยื่อที่เสียหาย ความเสียหายของอวัยวะ และความเสียหายทั่วร่างกาย ซึ่งติดตามมาด้วยการเกิดโรค ซึ่งโรคหลายโรครักษาไม่หาย
ด้วยเหตุนี้ Biocell Ultravital Bioresearch ได้มุ่งงานวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงวิทยาศาสตร์ในการป้องกันและฟื้นฟูเซลล์
ในเวลา 30 ปีที่ผ่านมา การวิจัยต่อต้านความชรามุ่งต่อการป้องกันหรือเอาชนะความเสียหายเนื่องจากสิ่งที่เรียกว่าภาวะเครียดออกซิเดชัน ซึ่งเกิดจากการทำงานของอนุมูลอิสระ หรือโมเลกุลของออกซิเจนที่ขาดอิเลคตรอน ที่สร้างโดยไมโตคอนเดรียในขณะสังเคราะห์ ATP เพื่อเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน ในประเด็นนี้ การใช้วิตามินต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมากจะได้ผลมากพอ แทบไม่มีคนสังเกตสิ่งค้นพบของมหาวิทยาลัยคอร์เนล เกี่ยวกับผลอันเหลือเชื่อของวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เซเลเนียม สังกะสี เป็นต้น

ข้อมูลภูมิหลัง

ตั้งแต่ปี 2477 การทดลองการจำกัดปริมาณแคลอรีในหนูที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล ให้ผลที่ตรงกับสัตว์ชนิดต่างกันทั่วโลก ตั้งแต่ยีสต์จนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวโต ซึ่งพบว่า อาหารที่มีค่าแคลอรีต่ำมากแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงจะยืดอายุของสัตว์ได้ถึง 60% เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าความมีอายุยืนมีผลโดยตรงจากการลดระดับการผลิตสารอนุมูลอิสระเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการลดการกินอาหาร การลดระดับอินซูลิน ลดคอเรสเตอรอลและลดความดันโลหิต ลดอุณหภูมิของร่างกาย แต่ไม่ได้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมสัตว์ที่แก่กว่าเพราะจำกัดแคลอรีในอาหารจึงแสดงความหนุ่มสาว เช่น การเพิ่มกิจกรรมโดยทั่วไป รวมทั้งกิจกรรมทางเพศ คืนความเปล่งปลั่งของผิว เพื่อปฏิกิริยาตอบสนอง และเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้

ในวันนี้ เชื่อกันว่า นอกจากอาหารที่จำกัดแคลอรีจะให้ประโยชน์ข้างต้นแล้ว ยังปิดหรือไม่แสดงอาการทางพันธุกรรมต่อความเสียหายของยีน ซึ่งแยกตัวจากโครโมโซม และเริ่มแสดงและทำสำเนาของโปรตีนชนิดเลวจำนวนมาก ซึ่งไม่แสดงอาการ และทำให้ร่างกายชราได้เป็นอย่างมาก

การรับเอาแคลอรีที่ถูกจำกัดมากเนื่องจากอาหารแคลอรีต่ำบังคับให้เซลล์ในร่างกายเข้าสู่ "ภาวะเอาตัวรอด" จึงเกิดประโยชน์ข้างต้นขึ้นมา ปรากฏการณ์เช่นนี้เสื่อมถอยอย่างรวดเร็วในอาหารตามปกติ หรืออาจกล่าวได้ว่า เมื่อร่างกายได้รับอาหารเพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องคองอยู่ใน "ภาวะเอาตัวรอด" แต่อย่างใด ดังนั้น เป็นที่ชัดเจนว่า โภชนาการกับความมีอายุยืนของคนมีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างมาก

จึงถือว่า ประโยชน์จากอาหารที่จำกัดแคลอรีเกิดกับคนอีกด้วย เพราะไม่ควรเป็นข้อยกเว้นจากการวิจัยต่างๆ ที่กระทำต่อสัตว์ อย่างไรก็ตาม คนมีอายุยาว และต้องใช้เวลาหลายศตวรรษเพื่อจะยืนยันผลเช่นนี้ นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมมีการใช้สิ่งมีชีวิตที่มีอายุสั้นกว่า เช่นยีสต์ แมลงวัน หนู สุนัข และลิง เป็นต้น เพื่อวิจัยทางชีวภาพถึงปรากฏการณ์เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น แทบเป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจะอดทนต่ออาหารแคลอรีต่ำได้นานพอ แม้จะเสนอไว้ก็ตาม

เมื่อสองสามปีก่อน สมาคมวิทยาศาสตร์พบว่า การจำกัดแคลอรีทำให้เกิดการแสดงยีน SIR (ตัวควบคุมข้อมูลไร้อาการ) ซึ่งมีผลต่อการป้องกันการสร้างโปรตีนเลวปริมาณมาก จากผลที่ DNA แยกตัวออกจากโครโมโซมเพราะความเสียหายเนื่องจากภาวะเครียดออกซิเดชัน ซึ่งจะทำลายเซลล์นั้นๆ ในตอนสุดท้าย ได้ประมาณว่า มียีนไม่แสดงอาการที่เป็นกรรมพันธุ์ของคนอยู่ 8 ชนิด เรียกกันว่า SIRT1 จนถึง SIRT8 อาจเรียกยีน SIRT ได้อย่างถูกต้องว่า ยีนอายุยืน

นอกจากนั้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ยอมรับกันว่ามีสารเคมีที่แสดงยีน SIRT ได้ ในรูปแบบคล้ายกับการจำกัดแคลอรี โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการจำกัดอาหารแต่งอย่างใด และเรียกว่า ตัวเลียนการจำกัดแคลอรี พบสารเหล่านี้ในรูปของเรสเวราตรอลในองุ่น คาเทชินในชา เจนิสตีนในถั่วเหลือง เป็นต้น

งานวิจัยของ Biocell Ultravital Bioresearch ได้เน้นเป็นพิเศษในการใช้องค์ประกอบที่ได้ผลดีที่สุด ร่วมกับส่วนประกอบอื่นที่มีผลให้เกิดปฏิกิริยานี้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

สถาบัน Biocell Ultravital Bioresearch ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในยารีเวอร์เซลล์ 2 จี เพื่อบำบัดเซลล์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกฤทธิ์โดยตรงเพื่อจำกัดความเสียหายระดับโมเลกุลของไมโตคอนเดรีย ซึ่งอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายเกิดขึ้นในการสังเคราะห์ ATP และทำลายความสามารถของ DNA ในการซ่อมตัวเองในนิวเคลียสของเซลล์ จึงไม่อาจยืดอายุการทำงานในเซลล์ของเราได้

 

ข้อมูลและเภสัชวิทยาทางคลินิก

ส่วนประกอบ:
ส่วนประกอบ 1 (แคปซูลขาว):
สารสกัดเซลล์ตัวอ่อน, ทรานส์-3,5,4'-ไตรไฮดรอกซีสติลเบน วินิเฟริน, สารสกัดใบแปะก๊วย, ซูเปอร์ออกไซด์ ดิสมูเตส, สารสกัดมัลพีเกีย พูนิซิฟอเลีย, 3 อินโดล เมทานอล, สารสกัดวินคา ไมเมอร์, สารสกัดผลไม้โซลานุม ไลโคเปอร์ซิคุม (มะเขือเทศ), ยูบิควินนอน, โอลิโกฟรุคโตโปลีแซคคาไรด์ (โปรไบโอติก), มัลโตเดกซ์ตริน

ส่วนประกอบ 2 (แคปซูลดำ/แดง):
สารสกัดเซลล์ตัวอ่อน, ทรานส์-3,5,4'-ไตรไฮดรอกซีสติลเบน วินิเฟริน, สารสกัดใบแปะก๊วย, ซูเปอร์ออกไซด์ ดิสมูเตส, สารสกัดมัลพีเกีย พูนิซิฟอเลีย, 3 อินโดล เมทานอล, ยูบิควินนอน, แลคโตเฟอริน, โอลิโกฟรุคโตโปลีแซคคาไรด์ (โปรไบโอติก), สารสกัดกริฟอเลีย ฟรอนโดซา, มัลโตเดกซ์ตริน, เดเพรนีล

ส่วนประกอบ 3 (แคปซูลแดง):
สารสกัดเซลล์ตัวอ่อน, ทรานส์-3,5,4'-ไตรไฮดรอกซีสติลเบน วินิเฟริน, แอล-ทริปโตเฟน, สารสกัดพาสสิฟลอรา อินคาร์นาตา, สารสกัดวาเลเรียนา ออฟฟิซินาลิส, โอลิโกฟรุคโตโปลีแซคคาไรด์ (โปรไบโอติก), แลคโตเฟอริน, สารสกัดกริฟอเลีย ฟรอนโดซา, มัลโตเดกซ์ตริน, เดเพรนีล, เอ็น-อะเซติล-5-เมทอกซีล-ทริปทามีน

กลไกการออกฤทธิ์ของยา

สูตรของยารีเวอร์เซลล์ 2 จี มีส่วนประกอบอกฤทธิ์หลายอย่าง อย่างหนึ่งคือ ทรานส์-3,5,4'-ไตรไฮดรอกซีสติลเบน วินิเฟอริน แบบสเปคตรัมกว้าง บริสุทธิ์และใช้ในเภสัชกรรม ซึ่งถูกเปลี่ยนทางชีวเคมีเป็นทรานส์-เรสเวอราตรอล (700) เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์ ซึ่งกินและดูดซึมทางได้ ไม่สูญเสียประสิทธิภาพ และสามารถกระตุ้นกลุ่มยีน SIRT1 สารเหล่านี้คือโปรตีนซึ่งรู้จักกันทั่วไปว่าเป็นเซอร์ตูอิน และเป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่หลักในการเริ่มกระบวนการเมตาบอลิซึมเกี่ยวกับช่วงชีวิตของเซลล์ เป็นโปรตีนชนิดเดียวกับในอาหารแคลอรีต่ำ จึงเป็นสารเลียนแบบแคลอรีต่ำ ดังนั้น อาหารแคลอรีต่ำอาจยืดอายุของเราได้ ในตอนนี้ งานวิจัยของสถาบันหลายแห่งทั่วโลกมุ่งไปในการแสดงยีนเป้าหมายเช่น SIRT1 และให้ความสัมพันธ์ในการเพิ่มอายุและสร้างความมีอายุยืน ในสูตรนี้ มีการเสริมฤทธิ์เป็นตัวควบคุมเมตาบอลิซีมของเซลล์
ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี เร่งปฏิกิริยาและประสิทธิภาพเนื่องจากการใช้สารสกัดเซลล์ตัวอ่อน ในสูตรนี้ สารสกัดเป็นปัจจัยกระตุ้นและควบคุมเฉพาะเซลล์ เพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายโดยสร้างความแตกต่างของเซลล์ให้แก่สเต็มเซลล์ กรสร้างความแตกต่างเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง จึงป้องกันเซลล์สึกหรอ ความชราก่อนกำหนด เกิดโรคจากการเสื่อมถอย และความชราภาพ
นอกจากต่อต้านความชราแล้ว ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ยังช่วยลดปฏิกิริยาของโปรตีนต่างๆ ที่จำเป็นต่อการอยู่รอดและความเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งพบในนิวเคลียสของเซลล์ และรู้จักกันในชื่อปัจจัย เอ็นเอฟ-คัปปาบี

เภสัชจลนศาสตร์
Biocell Ultravital Bioresearch ได้ศึกษาประเด็นของขนาดอนุภาคเกี่ยวกับยารีเวอร์เซลล์ 2 จี กับปริมาณเมตาโบไลต์ ทรานส์-3,5,4'-ไตรไฮดรอกซีสติลเบน วินิเฟอรินในเนื้อเยื่อ
ในความจริงนั้น ขนาดอนุภาคเพิ่มปริมาณยาในเนื้อเยื่อ และตับขับถ่ายออกจากเลือดได้ง่ายกว่า ทำให้ความเข้มข้นของยาในพลาสม่าและเนื้อเยื่อลดลงอย่างรวดเร็ว
นักวิทยาศาสตร์ที่ Biocell Ultravital Bioresearch ได้ทำการวิจัยอย่างกว้างขวางต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยารีเวอร์เซลล์ 2 จี และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เกรดสูงสุด เราประสบความสำเร็จในการเพิ่มปริมาณยาในเนื้อเยื่อ โดยผ่านภาวะที่เรียกว่า เมตาบอลิซึมระยะ 1 ซึ่งเกิดขึ้นมากภายใต้เอนไซม์ โดยเพิ่มฤทธิ์และประสิทธิภาพของทรานส์-เรสเวราตรอล (700)
อาจรับประทานยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ได้โดยไม่กำหนดระยะเวลา เนื่องจากเป็นยาที่มีตัวยาเป็นธรรมชาติและมีส่วนประกอบที่ไม่ทิ้งสารตกค้าง

ข้อบ่งใช้:

ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี เป็นผลิตภัณฑ์รวมที่ใช้กิน สูตรพิเศษและการเสริมฤทธิ์ของส่วนประกอบ ทำให้ยานี้มีผลต่อการทำงานของอวัยวะทั้งหมด เพื่อปรับปรุง ควบคุมและสร้างความเสถียร จึงเป็นยาป้องกันและสร้างเซลล์ใหม่ที่ครอบคลุมอาการในวงกว้าง
การบำบัดเช่นนี้มีขีดความสามารถมากในการควบคุมเมตาบอลิซึมและการทำงานของอวัยวะ และสะเทินผลการผลิตอนุมูลอิสระ กับผลการต่อต้านความชราที่มีตั้งแต่ระดับโมเลกุลไปจนถึงระดับกรรมพันธุ์

ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี อาจมีประสิทธิภาพสูงในกรณีดังต่อไปนี้

การควบคุมการทำงานของเมตาบอลิซึม
การปรับปรุงการทำงานของไมโตคอนเดรียโดยป้องกันการสะสมภาวะเครียดออกซิเดชัน
การลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคจากการเสื่อมถอย
การลดความเสี่ยงของโรคตับ
การจำกัดแคลอรี
การลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เช่นความดันโลหิตสูง
การลดความชราทั่วไปทางกายภาพและทางอวัยวะ
การติดเชื้อไร้อาการ
การขาดสมาธิและขาดการจดจำ

ข้อบ่งห้ามใช้:
ยาแอนโดรเซลล์ 2 จี เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบธรรมชาติที่สำคัญที่สุด ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาแต่อย่างใด เมื่อถามถึงประวัติทางคลินิกควรสอบถามเกี่ยวกับประวัติของโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนประกอบตัวหนึ่งของตัวยา ควรหยุดใช้ยานี้ หากใช้ยาประเภทยับยั้งการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง

ปฏิกิริยา
ไม่ควรใช้ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี พร้อมกับยาต้านเกล็ดเลือดสะสมตัว และยาต้านเลือดแข็งตัว เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
แม้ว่ายังไม่ได้พิสูจน์การยับยั้งของไซโตโครมเอนไซม์ p450 ในคน เมื่อใช้ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ปริมาณสูงในแต่ละวัน (มากกว่าวันละ 30 แคปซูล) จะเกิดปฏิกิริยากับสารต่างๆ ที่ใช้กระบวนการเมตาบอลิซึมเช่นนี้ เช่นยาลดคอเรสเตอรอล ยาต้านแคลเซียม ยาปราบอาการผิดปกติจังหวะของหัวใจ ยาเทอร์เฟนาดีน ยาไซโคลสปอรีน ยาทาโครลิมุส ยาเบนโซไดอาเซปีน ยาซิลเดนาฟิล

ขนาดรับประทาน:
ฉันควรกินกี่แคปซูล
เพื่อใช้เป็นยาต้านความชราในแต่ละวัน ชายหรือหญิงที่เป็นผู้ใหญ่ (เช่น มีน้ำหนักตัวประมาณ 50 ถึง 80 กก.) ควรกินยารีเวอร์เซลล์ 2 จี วันละ 3 แคปซูล (เช้า บ่ายและก่อนนอน) ระดับยาเช่นนี้ใช้ในการป้องกันตามปกติ โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณที่กินยาขึ้นกับน้ำหนักและอายุของคุณ ตัวอย่างเช่น ชายที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 กก. ควรกินยาประมาณ 2 เท่าของหญิงที่มีน้ำหนัก 50 กก. โดยไม่ขึ้นกับอายุและปัจจัยอื่นๆ แต่ยังขึ้นกับผลการทดสอบทางคลินิกตามเมตาบอลิซึมและชีวเคมีของแต่ละคน
คนที่มีอายุไม่น้อยกว่า 60 ปี หรือมีน้ำหนักมากกว่า 90 กก. ควรเพิ่มปริมาณยาเป็นวันละ 2 เท่า
ถ้าคุณกินยาเพื่อรักษาโรคอยู่แล้ว ปริมาณกินยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ในแต่ละวันควรมากว่ากรณีที่กินยาเพื่อป้องกันสักเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณกินยาก่อนเกิดโรค ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำให้กินยามากขึ้นอีก เช่น อย่างน้อย 3 ถึง 4 เท่าของปริมาณกินยาเพื่อป้องกันในแต่ละวัน

ฉันควรกินเมื่อใดและอย่างไร
ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ไม่ละลายในน้ำ เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น คุณจึงควรกินยาพร้อมกับ หรือหลังจากกินอาหารเล็กน้อย เพื่อกระตุ้นการผลิตเอนไซม์ที่ร่างกายต้องการผลิตจากตับ น้ำดี และถุงน้ำดี เพื่อช่วยการดูดซึมเพื่อป้องกันออกซิเดชันในเซลล์
ควรกินยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ขนาด 500 มก. วันละ 3 ครั้ง
กิน 1 แคปซูลในตอนเช้า (สีแดงในมื้อเช้า) 1 แคปซูลในตอนบ่าย (แคปซูลสีขาวและแดงในมื้อกลางวัน) และอีกแคปซูลก่อนนอน (แคปซูลสีขาวในมื้อค่ำ)

สรุป:

เราไม่อาจลืมว่า ความเปลี่ยนแปลงไปตามอายุเป็นผลจากความสมดุลภายใน คือกำหนดมาจากกรรมพันธุ์ กับความสมดุลภายนอก คือสภาพแวดล้อม โรคและการใช้ชีวิต ซึ่งมีบทบาทหลัก
การกลายพันธุ์ของนิวเคลียสของเซลล์ (DNA) และไมโตคอนเดรีย การสะสมพิษในเซลล์และระหว่างเซลล์ และการเพิ่มสารเคมีที่ไม่ต้องการขึ้นในเซลล์ เป็นปัจจัยหลักของความชราของเรา ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีไมโตคอนเดรีย เทโลเมเรส เนื้อเยื่อ และโดยเฉพาะการก่อตัวของอนุมูลอิสระ
กระบวนการชราภาพทำให้เกิดกระบวนการมากมายที่ควบคุมได้ยาก ตัวอย่างเช่น ในทางด้านวิทยาเนื้องอกนั้น การกำจัดเทโลเมเรสระงับการก่อตัวของเนื้อร้าย อย่างไรก็ตาม โครโมโซมยังทำหน้าที่เพิ่มอายุให้ยืนนาน แต่ต้องเพิ่มกิจกรรมให้ในลักษณะควบคุม โดยไม่ทำให้เซลล์เนื้อร้ายก่อตัวขึ้นมา ทำให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของสารที่กระทำเพียงในทิศทางเดียวที่เราสนใจ คือชะลอความชรา โดยไม่เกิดผลในทางลบต่ออวัยวะอื่น และไม่มีอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี เป็นสารประกอบไม่เหมือนใคร เพราะรวมส่วนประกอบทั้งหมดไว้เป็นสูตรเดียวที่ออกฤทธิ์เสริมกัน และยับยั้งกระบวนการชราภาพของร่างกาย วัตถุประสงค์ของยานี้ไม่เพียงยืดอายุเฉลี่ยของหญิง (83 ปี) และของชาย (77 ปี) เท่านั้น แต่ทำให้แน่ใจว่า เราสามารถอยู่ได้อย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดีเยี่ยมที่สุด

การศึกษาทางคลินิก

การวิจัยด้วยยารีเวอร์เซลล์ 2 จี ยังแสดงการต้านอนุมูลอิสระ การต้านลิ่มเลือดที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน การต้านการอักเสบ การต้านเนื้องอก การต้านกระดูกพรุน การต้านเชื้อโรค (แบคทีเรีย ไวรัส ฟังกัส) นอกจากนี้ ข้อมูลเลือดให้ผลดีเยี่ยม และมีความเสี่ยงจากโรคเบาหวานน้อยลง
1. การต้านความชรา
จากหลักฐานในการวิจัยพันธุกรรมและเอนไซม์ในสัตว์ทดลอง พบว่า SIRT1/Sir2 ดีแอคทีเลต ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เพิ่มความต้านทานความชราและความเครียด และ PI3K เป็นสมรรถนะเป้าหมายของยารีเวอร์เซลล์ 2 จี
ในการประชุมของสมาคมโรคผิวหนังแห่งสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 มีรายงานเกี่ยวกับการแสดงออกทางผิวหนังของ SIRT1 ในกลุ่มเซลล์ที่มีการเกิด เจริญเติบโตพัฒนาการที่ผิวชั้นนอกของคนปกติ เมื่อเซอร์ตูอินอยู่ในกลุ่มเซลล์ที่มีการเกิด เจริญเติบโตพัฒนาการและเซลล์สร้างเส้นใย จึงเสนอให้ใช้เป็นยาชนิดใหม่ในการบำบัดผิวหนังชราทั่วร่างกาย
2. การป้องกันหัวใจ
ยานี้ทำหน้าที่ป้องกันหัวใจ คล้ายกับสารเคมีอื่นจากพืช โดยการสะเทินสารอนุมูลอิสระต่างๆ นานา และทดลองพบว่า ลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ (โดยยับยั้งออกซิเดชันของโปรตีนในไขมันความหนาแน่นต่ำ) ดังนั้น จึงจำกัดการทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวในขั้นแรกๆ งานศึกษาโดยเพาะเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อบุโพรงหลอดเลือดแสดงว่า ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี กระตุ้นเอนไซม์ที่เร่งไนตริกออกไซด์ ซึ่งให้ภาวะหลอดเลือดขยาย และช่วยป้องกันปัญหาหลอดเลือดหัวใจ
3. การป้องกันประสาท
ยานี้ลดความเสื่อมถอยของประสาท เช่นโรคความจำเสื่อมและโรคพาร์คินสัน นอกจากนี้ยังเร่งเอนไซม์บางอย่างในเส้นประสาท (AMP-ไคเนส) ที่ถูกกระตุ้นเมื่อจำกัดแคลอรี ซึ่งมีผลในการป้องกันประสาท
4. การควบคุมเมตาบอลิซึม
ยานี้ทำหน้าที่สะเทินการผลิตเอสโตรเจน มีบทบาทหลักในช่วงหมดประจำเดือน และช่วยให้มีเอสโตรเจนที่ผลิตจากภายใน เมตาบอลิซึมเป็นกระบวนการพื้นฐานที่กำหนดชีวิต และประกอบด้วยปฏิกิริยาทางเคมีทุกอย่างในเซลล์ ปฏิกิริยาเมตาบอลิซึมบางอย่างเกี่ยวกับการสังเคราะห์โปรโตพลาสมา (แบบสร้างสรรค์) และสารอื่นๆ ที่ยับยั้งการสลายตัว (แบบทำลาย) เมตาบอลิซึมประกอบด้วยกลุ่มกระบวนการเชิงหน้าที่ เช่นการย่อย ซึ่งยารีเวอร์เซลล์ 2 จี เกี่ยวข้องโดยกระตุ้นเซลล์
5. การต้านการอักเสบ
ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี สามารถยับยั้งเอนไซม์ต้านการอักเสบหลายชนิด รวมทั้งไซโคลออกซีเจเนสและไลโปออกซีเจเนส และยังยับยั้งอาการบวมน้ำและการอักเสบเนื่องจากการแผ่รังสีอุลตราไวโอเล็ต
6. การป้องกันทางเคมี
ได้พิสูจน์จากหนูทดลองกับเซลล์มะเร็งหลายชนิดของคนแล้วว่า เมื่อเติมให้เซลล์เพาะเชื้อ ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี สามารถยับยั้งกลุ่มเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด ในกรเพาะเลี้ยงเซลล์ ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี จำกัดวัฏจักรของเซลล์ ทำให้สามารถ ก) มีเวลาเพื่อซ่อม DNA ที่เสียหาย ข) กระตุ้นเส้นทางที่นำไปสู่กระบวนการตายของเซลล์ เมื่อย้อนกลับความเสียหายของเซลล์มะเร็งบางชนิดไม่ได้ ค) ยับยั้งการเพิ่มเซลล์นีโอพลาสต์ ดังนั้น ยารีเวอร์เซลล์ 2 จี อยู่ในกลุ่มของส่วนประกอบของอาหารที่อาจควบคุมวัฏจักรของเซลล์ และมีผลในการป้องกันมะเร็ง

เอกสารอ้างอิง
• Millán F, Quecedo E, Gimeno E. Antioxidantes orales. 2007;22 (suppl 2):95.
• Haigis MC, Guarente LP. Mammalian sirtuins—emerging roles in physiology, aging, and calorie restriction. Genes Dev 2006; 1 (20):2913-21.
• Pallas M et al.Modulation of sirtuins: new targets for antiaging. Recent Patents CNS Drug Disc 2008; 3(1):61-9.
• Sinclair DA. Toward a unified theory of caloric restriction and longevity regulation. Mech Ageing Dev 2005;126(9):987-1002.
• Burns J, Yokota T, Ashihara H, Lean ME, Crozier A. Plant foods and herbal sources of resveratrol. J Agric Food Chem. 2002;50(11):3337-3340.
• Walle T, Hsieh F, Delegge MH, Oatis JE, Jr., Walle UK. High absorption but very low bioavailability of oral resveratrol in humans. Drug Metab Dispos. 2004;32(12):1377-1382
• Labinskyy N, Csiszar A, Veress G, Stef G, Pacher P, Oroszi G, Wu J, Ungvari Z. Vascular dysfunction in aging: potential effects of resveratrol, an anti-inflammatory phytoestrogen. Curr Med Chem 2006; 13(9):989-96.
• Stefani M, Markus MA, Lin RC, Pinese M, Dawes IA, Morris BJ. The effect of resveratrol on a cell model of human aging. Ann NY Acad Sci 2007;5.
• De la Lastra CA, Villegas I. Resveratrol as an antioxidant and pro-oxidant agent: mechanisms and clinical implications. Biochem Soc Trans 2007; 35(pt 5):1156-60.
• Baur JA, Sinclair DA. Therapeutic potential of resveratrol: the in vivo evidence. Nat Rev Drug Discover 2006; 5(6):
493-506.
• Zern TL, Fernandez ML. Cardioprotective effects of dietary polyphenols. J Nutr 2005; 135:2291-2294.
• Wallerath T, Deckert G, Ternes T, et al. Resveratrol, a polyphenolic phytoalexin present in red wine, enhances expression and activity of endothelial nitric oxide synthase. Circulation. 2002;106(13):1652-1658
• Anekonda TS, Reddy PH. Neuronal protection by sirtuins in Alzheimer´s disease. J Neurochem 2006; 96(2)305.
• Rasouri S, Lagouge M, Auwerx J. SIRT1/PGC-1: a neuroprotective axis?. Med Sci 2007; 23(10):840-4.
• Dasgupta B, Milbrandt J. Resveratrol stimulates AMP kinase activity in neurons. Proc Natl Acad Sci USA 2007; 24; 104(17): 7217-22.
• Bowers JL, Tyulmenkov VV, Jernigan SC, Klinge CM. Resveratrol acts as a mixed agonist/antagonist for estrogen receptors alpha and beta. Endocrinology. 2000;141(10):3657-3667
• Das S, Das DK. Anti-inflammatory responses of resveratrol. Inflamm Allergy Drug Targets 2007; 6(3):168-73.
• Athar M, Back JH, Tang X, Kim KH, Kopelovich L, Bickers DR, Kim AL. Resveratrol: a review of preclinical studies for human cancer prevention. Toxicoil Appl Pharmacol 2007; 224(3): 274-83.

© 2018 Biocell Ultravital. Privacy
Like Us on Facebook Follow Us on Twitter