Bioenzym® 3G

ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี (Bioenzym 3G)

เซลล์แต่ละเซลล์และเนื้อเยื่อแต่ละเนื้อเยื่อมีลักษณะการดำเนินการของตัวเอง ซึ่งสืบทอดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในสภาพทางชีวเคมีที่มีวัสดุพื้นฐานเป็นเอนไซม์ ซึ่งมีพลังงานต่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่งเสริมและเร่งกระบวนการสังเคราะห์และการวิเคราะห์บางอย่าง ยีนทำหน้าที่ควบคุมการผลิตเอนไซม์ ดังนั้นจึงพิจารณาได้ว่า ยีนและเอนไซม์เป็นหน่วยพื้นฐานของชีวิต
โดยสรุป ชีวิตคือกระบวนการลูกโซ่ของเอนไซม์ จากกระบวนการดังกล่าวในส่วนต่างๆ มีสารที่เป็นวัสดุพื้นฐานที่สุด เช่น น้ำ (H2O) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งมีอยู่ในพืชเพื่อทำให้เกิดคาร์บอไฮเดรท มีความซับซ้อนที่สุดซึ่งใช้วัสดุพื้นฐานต่างๆ ที่ซับซ้อนกันมาก
เราทราบกันว่า หากไม่มีเอนไซม์ก็จะไม่มีชีวิต ในทำนองเดียวกับเอนไซม์ควบคุมความรวดเร็วในการดำเนินการทางสรีรวิทยา เอนไซม์นำการทำงานที่สมบูรณ์ และเกี่ยวข้องกับสุขภาพและเชื้อโรค ดังนั้นในระบบที่มีสุขภาพดี การดำเนินการทางสรีรวิทยาจะเกิดขึ้นตามลำดับและคงการคงภาวะสมดุลทางคุณสมบัติเคมีและฟิสิกส์ของเหลวในร่างกายไว้ ในช่วงภาวะเกิดโรค การคงภาวะสมดุลทางคุณสมบัติเคมีและฟิสิกส์ของเหลวในร่างกายอาจถูกรบกวนอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เนื้อเยื่อเสียหายรุนแรงซึ่งเป็นลักษณะของโรคตับแข็ง โดยสามารถสังเกตได้จากการเสื่อมของเนื้อเซลล์ในการผลิตเอนไซม์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการทำงานที่สำคัญของกระบวนการเผาผลาญ เช่นเดียวกับการสังเคราะห์ของยูเรีย เซลล์ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนสารแอมโมเนียที่เป็นพิษให้กลายเป็นสารไม่เป็นพิษ เนื่องจากมีสารแอมโมเนียมากเกินไปและในที่สุดไตจะหยุดทำงาน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็บ่อยครั้งที่อาจทำให้เกิดการพิการหรือถึงตายได้ ตัวอย่างเช่น เชื้อโรคที่เกิดผลทางสรีรวิทยาต่อกรรมพันธุ์อย่างรุนแรงอาจมาจากการเสื่อมสมรรถภาพในทำงานของเอนไซม์ แม้ว่าจะเป็นเอนไซม์เดี่ยวก็ตาม
หลังจากเนื้อเยื่อได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (เช่น เนื้อเยื่อในปอดหรือในหัวใจตายเพราะขาดเลือด) หรือเกิดจากเซลล์ที่ไม่อาจควบคุมได้ได้ขยายตัวเป็นจำนวนมาก (เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก) เอนไซม์ที่มีในเนื้อเยื่อมาแต่กำเนิดบางอย่างผ่านเข้าในกระแสเลือด ดังนั้น การตรวจสอบเอนไซม์ภายในเซลล์จะให้ข้อมูลที่มีคุณค่าแก่แพทย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจวินิจฉัยโรคและการคาดคะเนอาการโรค
ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี เป็นผลรวมใหม่ของเนื้อเยื่อตัวอ่อน สารประกอบเอนไซม์และสารออกฤทธิ์ นอกจากส่วนประกอบที่เป็นวิตามินแล้วยังรวมถึง เจนิสตีน ลิโคพีนหรือสารสีแดง อีพิกัลโลเคทิชินกัลเลต ลาพาโช และส่วนประกอบอื่นๆ บางอย่างจากสารธรรมชาติ กรรมวิธีการผลิตโดยเฉพาะทำให้แน่ใจได้ว่า ว่าส่วนประกอบออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันในยาเม็ดเคลือบที่ละลายในลำไส้จไม่สูญเสียฤทธิ์และไม่มีการออกฤทธิ์ในหมู่ตัวยาเดียวกัน ส่วนประกอบในบรรจุภัณฑ์จะออกฤทธิ์ในเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้ส่วนประกอบออกฤทธิ์ที่ต่างประเภทกันถูกปล่อยออกมาในทางเดินของลำไส้ทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ในเวลาที่ต่างกัน ช่วยในการดูดซึมของส่วนประกอบออกฤทธิ์ต่างประเภทกันในกระแสเลือดและเพิ่มปริมาณยาในเนื้อเยื่อ

ข้อมูลและเภสัชวิทยาทางคลินิก
ส่วนประกอบ:
ยาเม็ดเคลือบไบโอเอนไซม์ 2 จี ขนาด 350 มก. แต่ละเม็ดประกอบด้วย:
สารสกัดตัวอ่อน
ลาพาโช โทโคฟีรอล ซัคคิเนต (วิตามินอี)
คอเลคัลซิเฟรอล (วิตามินดี)
กรดแอสคอร์บิค (วิตามินซี)
แคลเซียม
สังกะสี
เซเลเนียม (โซเดียม เซเลไนต์)
เจนิสตีน
เอปิกัลโลเคทิชิน กัลเลต
ไลโคพีน
แพนครีอะติน 7เอ็นเอฟ
ทริพซิน 2640 ยู
บรอเมเลน 2500 จีดียู
พาเพ็นบริสุทธิ์
กลูตาไทโอน ทรานสเฟอเรส
กลูตาทาไทโอน เพรอคซิเดส
ซูเปอร์ออกไซด์ ดิสมูเทส
กลูตาไทโอน รีดุคเทส

กลไกการออกฤทธิ์ของยา:
ส่วนประกอบของยา ไบโอเอนไซม์ 2 จี ทำมาจากสารสกัดของตัวอ่อน สารสกัดเอนไซม์และวัสดุจากพืชที่มีความสำคัญที่สุด โดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้นำมาใช้แทนในการรักษาแต่ใช้เป็นตัวกระตุ้นการรักษา
วิธีทำงานของยาไบโอเอนไซม์ 2 จี
ช่วยเพิ่มการควบคุมการตายของเซลล์ เช่น ภายใต้ประสิทธิภาพของยาไบโอเอนไซม์ 2 จี เซลล์ที่ผิดปกติจะตายตามปกติในแบบที่มีการตั้งโปรแกรมไว้ การควบคุมระบบกลุ่มเซลล์ที่ได้รับการกระตุ้นจากแอนโดรเจนในเซลล์ต่อมลูกหมากจึงมีผลต่อการกระตุ้นการเติบโตที่เป็นอิสระของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ไปลดการสังเคราะห์แอนทิเจนของต่อมลูกหมาก (PSA) โดยเฉพาะ หรือที่รู้จักกันว่าตัววัดระดับการเป็นเนื้องอกในมะเร็งต่อมลูกหมาก กับการลดลักษณะของ Bcl-6 และกระตุ้นลักษณะของเซลล์ต่อต้านภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ส่วนประกอบของยาไบโอเอนไซม์ 2 จี ทำหน้าที่สองอย่างคือ กระตุ้นและสนับสนุนกลไกทำงานภายใน ซึ่งทำให้เกิดและช่วยสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ สามารถเห็นประสิทธิภาพในประโยชน์ภายในสองสามวันหลังจากที่ทำการรักษา
เภสัชจลนศาสตร์
ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี มีลักษณะเป็นยาเม็ดเคลือบเพื่อป้องกันจากการละลายในกระเพาะอาหาร แต่ส่วนประกอบหลักที่ออกฤทธิ์ได้ถูกปล่อยในลำไส้ เมื่อตัวยาถูกปล่อยออกแล้ว ส่วนประกอบออกฤทธิ์จะผ่านเข้าไปในกระแสเลือดผ่านเยื่อหุ้มชิลิเฟอรัส อัตราการดูดซึมที่ได้รับการยืนยันมีดังนี้: บรอมิเลน 39%, แพนครีอะติน 19%, พาเพ็น 7%, ทริพซิน 28% เมื่อได้ดูดซึมแล้ว เอนไซม์จะรวมกับสารหยุดยั้งการย่อยโปรตีนของเอนไซม์หรือแอนตีโพรทีเอส อัลฟา-1 แอนตีทริพซิน และอัลฟา-2 มาโครโกลบูลิน ดังนั้นจึงป้องกันระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยในการยอมรับเอนไซม์ในรูปของสารกระตุ้นในการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งก็หมายถึงการทำงานของเอนไซม์ได้ถูกยับยั้งไว้ ความจริงแล้ว ความซับซ้อนของเอนไซม์แอนตีโพรทีสแสดงถึงคุณภาพทางเภสัชวิทยา เอนไซม์ที่ดูดซับได้ถูกลดลงในตับหรือผ่านระบบเซลล์กินเซลล์ที่มีนิวเคลียสเดียว จากการศึกษาอื่นๆ คาดว่า เอนไซม์ที่ดูดซึมอาจถูกกำจัดไปในของเหลวในตับอ่อน

ข้อบ่งใช้ โครงร่างการวิจัยและขนาดกิน:

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างของการศึกษาที่ไม่เปิดเผยวิธีการรักษา เราได้ให้คำแนะนำตามเนื้อหาความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการบำบัดโรคตามพื้นฐานประสบการณ์ทางคลินิก ทั้งนี้เป็นดุลยพินิจของแพทย์ที่จะตัดสินว่า จะใช้ขนาดกินใดหรือการบำบัดโรคใด และขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

ศัลยกรรมพลาสติก:

คุณภาพในการต้านทานการอักเสบ: ขนาดกินในระยะแรกที่แนะนำก่อนและหลังผ่าตัดคือ: 10 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ผู้ป่วยกินยาวันละ 4 เม็ดคือ 2 เม็ดในตอนเช้าและ 2 เม็ดในตอนเย็น โดยกินทุกวัน 10 นาทีก่อนอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยบรรเทาอาการเอ็กเสบลง หลังจากผ่าตัด ขอแนะนำให้กินยาไบโอเอนไซม์ 2 จี 4 เม็ดในตอนเช้า และ 4 เม็ดในตอนเย็นทุกวัน 10 นาทีก่อนอาหารโดยกินเป็นเวลา 20 วันหลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินทางการแพทย์เพื่อตัดสินว่าควรจะรับการรักษาต่อไปหรือควรหยุดการรักษา
ผลการบำบัด: หลังจากวันแรกหลังจากผ่าตัดครบรอบวันแล้ว โดยทั่วไปผู้ป่วยจะรู้สึกมีอาการอักเสบแต่หายเร็วจากการบาดเจ็บและรอยฟกช้ำ


อายุรกรรม:

คุณภาพในการต้านทานการอักเสบ: ขนาดกินในระยะแรกที่แนะนำก่อนและหลังผ่าตัดคือ: กินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง 10 นาทีก่อนอาหาร โดยกินติดต่อกันเป็นเวลา 60 วัน นอกจากนี้ยังแนะนำให้แพทย์ผู้ให้การรักษาประเมินผลเดือนละหนึ่งครั้งว่าควรจะรับการรักษาต่อไปหรือควรหยุดการรักษา ทั้งนี้ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษาแต่ผู้เดียว
ผลการบำบัด: หลังจากสัปดาห์แรกของการรักษาครบวงจรแล้ว ผู้ป่วยควรจะรู้สึกว่าอาการของตนเองดีขึ้น

ปฏิกิริยาที่เป็นกลางของอนุมูลอิสระ เนื่องจากผลของสารยับยั้งออกซิเดชัน: ขนาดกินในระยะแรกที่แนะนำก่อนและหลังผ่าตัดคือ: 10 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ผู้ป่วยกินยาวันละ 4 เม็ดคือ 2 เม็ดในตอนเช้าและ 2 เม็ดในตอนเย็น โดยกินทุกวัน 10 นาทีก่อนอาหาร จะต้องสั่งให้มีการตรวจสอบค่าออกซิเดชันเดือนละครั้ง ควรจะได้รับการประเมินผลเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อตัดสินว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงหรือดำรงการรักษาอย่างเดิมทั้งนี้ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษาแต่ผู้เดียว
ผลการบำบัด: หลังจากสัปดาห์แรกของการรักษาครบวงจรแล้ว ผู้ป่วยควรจะรู้สึกว่าค่าออกซิเดชันของตนเองดีขึ้น

คุณภาพการต่อต้านเชื้อไวรัสและโรคที่เกิดเชื้อไวรัสแบบรุนแรง: ขนาดกินในระยะแรกที่แนะนำคือ: กิน 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง 10 นาทีก่อนอาหาร โดยกินติดต่อกันเป็นเวลา 90 วัน

เชื้อไวรัสเรื้อรังหรือเวลาก่อนที่เชื้อไวรัสแสดงอาการ: กิน 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง 10 นาทีก่อนอาหาร สำหรับอาการทั้งสองประเภทนี้ควรจะได้รับการประเมินผลเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อตัดสินว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงหรือดำรงการรักษาอย่างเดิม ทั้งนี้ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษาแต่ผู้เดียว
ผลการบำบัด: หลังจากสัปดาห์แรกของการรักษาครบวงจรแล้ว ผู้ป่วยควรจะรู้สึกว่าอาการของตนเองดีขึ้น

การส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น: ขนาดกินในระยะแรกที่แนะนำคือกิน 3 เม็ดวันละ 3 ครั้ง 10 นาทีก่อนอาหาร สำหรับอาการทั้งสองประเภทนี้ควรจะได้รับการประเมินผลเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อตัดสินว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงหรือดำรงการรักษาอย่างเดิมทั้งนี้ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษาแต่ผู้เดียว
ผลการบำบัด: หลังจากสัปดาห์แรกของการรักษาครบวงจรแล้ว ผู้ป่วยควรจะรู้สึกว่าอาการของตนเองดีขึ้น

การจัดการภาวะการเพิ่มจำนวนเซลล์กล้ามเนื้อของต่อมลูกหมาก: แนะนำให้ใช้ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี ในผู้ป่วยชายที่มีสถานภาพพยาธิวิทยาที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมซึ่งเป็นเนื้องอก ขนาดกินที่ระบุการรักษาซึ่งป้องกันคือกินยาเม็ดเคลือบ (3) เม็ดในตอนเช้า ขอแนะนำให้กินหลังจากที่ตื่นตอนกับน้ำกลั่น (ไม่มีคาร์บอเนต) 10 นาทีก่อนอาหาร และยาเม็ดเคลือบ (3) เม็ดในตอนเย็น สิบนาทีก่อนอาหาร โดยกินติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน การรักษานี้สามารถรักษาซ้ำได้โดยไม่มีการเสี่ยง เนื่องจากใช้ส่วนประกอบของยาที่มีความปลอดภัยและไม่ทำให้มีสารตกค้างในร่างกาย
เราขอแนะนำว่าให้กินยาไบโอเอนไซม์ 2 จี เพื่อป้องกันการแพร่ขยายของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก

หลังจากที่ทราบระดับโปรตีนผลิตเซลล์ต่อมลูกหมากหรือ PSA แน่นอนแล้ว ควรเริ่มกินยาเม็ดเคลือบสี่ (4) เม็ด วันละสามครั้ง (ในตอนเช้า เวลากลางวันและในตอนเย็น) สองสัปดาห์ก่อนแผนการทำเจาะตัวอย่างเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก และกินยาในขนาดเดียวกันนี้อีกสี่สัปดาห์หลังจากเจาะตัวอย่างเนื้อเยื่อ กินยาเม็ดเคลือบก่อนอาหารด้วยน้ำกลั่น (ไม่มีคาร์บอเนต)
อย่ากินยาหรือวิตามินเป็นเวลาสองชั่วโมงหลังจากที่กินยาไบโอเอนไซม์ 2 จี แล้ว
ให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการตรวจและรักษาโรคที่เกี่ยวกับปัสสาวะถึงแผนการใช้ยานี้

การวิเคราะห์:
ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี เป็นยาธรรมชาติที่ได้รับสิทธิบัตรที่พิสูจน์ประสิทธิภาพในการป้องกันและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันด้วยคุณภาพการต่อต้านกรรมวิธีการอักเสบทั้งหมด เป็นผลโดยเฉพาะจากส่วนประกอบที่พิสูจน์แล้วของสารสกัดอินทรีย์จากพืชและเอนไซม์ที่ได้รับการเลือกอย่างพิถีพิถันสำหรับใช้ในมนุษย์ คุณภาพของส่วนประกอบเหล่านี้ได้ถูกกระตุ้นให้ทำงานร่วมกันในสูตรของสารสกัดเซลล์ของสารตั้งต้นตัวอ่อน

ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี ต้านทานโรคใดได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

- กระบวนการการอักเสบทั้งหมด
- ความอ่อนแอของระบบภูมิคุ้มกัน
- โรคเชื้อไวรัสแบบรุนแรงและเรื้อรัง
- ต่อมลูกหมากแบ่งตัวมากผิดปกติแบบไม่ร้ายแรง
- กระบวนการออกซิเดชันทั้งหมด

สิ่งใดที่สามารถได้จากการรักษานี้ และได้ประโยชน์อะไร
ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี เป็นสารทางการแพทย์ที่มีคุณค่าทางการบำบัดโรคที่ดีเยี่ยม และเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระและต้านทานการอักเสบเนื่องจากมีสภาพทางพยาธิวิทยาที่ให้ทั้งด้านออกซิเดชันและการต้านทานการอักเสบ

ข้อบ่งห้ามใช้: ในรูปของเภสัชภัณฑ์ทำจากสารเซลล์ชีวภาพ เอนไซม์จากพืชและธรรมชาติ จึงไม่มีข้อบ่งห้ามใช้ยาไบโอเอนไซม์ 2 จี ในการใช้ ผลก็คือ เป็นยาที่สามารถเทียบเท่ากับยาอื่นหรือการรักษาตามใบสั่งยาของแพทย์และคุณภาพของยาเสริมที่ได้รับการรับรองทางคลินิก

อาการไม่พึงประสงค์: ผู้ป่วยบางรายได้รายงานว่าในระหว่างขั้นตอนแรกของการรักษาอุจจาระมีลักษณะเหลว และในจำนวน 10% จากกรณีเหล่านี้ ผู้ป่วยที่เป็นหญิงบางรายรายงานว่าหน้าอกบวม โดยไม่แสดงอาการเสี่ยงเนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นอยู่นานไม่เกิน 48 ชั่วโมง

ผลการบำบัดทางคลินิกที่มีบริการ:
ประสิทธิภาพของยาไบโอเอนไซม์ 2 จี ได้รับการพิสูจน์จากการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใส (โปรดดูที่เอกสารอ้างอิง) ดังตัวอย่างถึงเดือนธันวาคม 2551 ดังนี้ ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากจำนวน 100 รายซึ่งได้รับการบำบัดด้วยยาไบโอเอนไซม์ 2 จี ได้รวมอยู่ในโครงสร้างของการวิจัยในหลายประเทศ เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ป่วยประมาณ 70% มีการเติบโตของมะเร็งที่ลดลง และผู้ป่วยมากกว่า 50% มี PSA ที่ค่อยๆ ลดลงหรือแม้แต่อยู่ในระดับปกติ ประมาณเศษหนึ่งส่วนสามของผู้ป่วยโดยทั่วไปมีอาการดีขึ้น กินอาหารเพิ่มปริมาณขึ้นและน้ำหนักเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยทั้งหมดซึ่งไม่เคยได้รับการรักษาด้วยยาไบโอเอนไซม์ 2 จี มาก่อน รายงานว่าอาการปวดจากโรคมะเร็งลดลงพอๆ กัน
เอกสารอ้างอิง:
Clin Cancer Res 1995 Sep; 1 (9): 997-1003
Vitamin D receptor expression, 24-hydroxylase activity, and inhibition of growth by 1alpha, 25-dihydroxyvitamin D3 in seven human prostatic carcinoma cell lines.
Miller GJ, Stapleton GE, Hundlund TE, Moffat Ka.
Department of Pathology, University of Colorado Health Sciences Center, Denver, Colorado 80262, USA.
Urology 1995 Sep; 46:365-369
1,25-Dihydroxy-16-ene-23-yne-vitamin D3 and prostate cancer cell proliferation in vivo.
Schwartz GG, Hil CC, Oeler TA, Becich MJ, Bahnson RR.
Sylvester Comprehensive Cancer Center, University of Miami School of Medicine, Florida, USA. Cell Growth Differ. 1996 Nov; 7(11): 1563-70
The role of vitamin D in normal prostate growth and differentiation
Konely BR, Schwarts GG, Acierno JS, Jr, Becich MJ, Getzenberg RH.
University of Pittsburgh School of Medicine, Pennsylvania 15212-2582, USA.
Cancer Causes Control 1997 Sep; 8:786-802
Vitamin supplements and cancer risk: the epidemiologic evidence
Patterson RE, White E, Kristal AR, Neuhouser ML, Potter JD.
Fred Hutchinson Cancer Research Center, Seattle, WA 98109-1024, USA.
J. Natl Cancer Inst. 1998 Mar 18; 90(6):440-6
Prostate cancer and supplementation with alpha-tocopherol and beta-carotene: incidence and mortality in a controlled trial.
Heinonen OP, Albanes D, Virtamo J, Taylor PR, Huttunen JK, Hartman AM, Haapakoski J, Malila N, Rautalahti M, Ripatti S, Määnpää H, Teervenhovi L, Koss L, Virolainen M, Edwards BK.
Department of Public Health, University of Helsinki, Finland
Eur J Biochem. 1998 May 1; 253 (3); 766-70
Induction of necrosis by zinc in prostate carcinoma cells and identification of proteins increased in association with this induction.
Iguchi K, Hamatake M, Ishida R, Usami Y, Adachi T, Yamamoto H, Koshida K, Uchibayashi T, Hirano K.
Department of Pharmaceutics, Gifu Pharmaceutical University, Japan.
Cancer Control 1999 Nov; 6(6): 580-586
Nutrients in the Chemoprevention of Prostate Cancer: Current and Future Prospects.
Kumar NB, Besterman-Dahan K. Department of Nutrition, H. Lee Moffitt, Cancer Center and Research Institute, Tampa Florida 33612, USA.
Semin Urol Oncol 1999 Aug; 17 (3): 154-63
The role of dietary manipulation in biochemical recurrence of prostate cancer after radical prostatectomy.
Lee CT, Fair WR.
Department of Surgery and Prostate Diagnostic Center, Memorial Sloan-Kettering Cancer Center, New York, NY 10021, USA.

© 2018 Biocell Ultravital. Privacy
Like Us on Facebook Follow Us on Twitter